วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ตัวอย่างเกี่ยวกับงานที่ประกอบด้วยเทคโนโลยี


ใบความรู้  เรื่อง
ระบบงานสารสนเทศ

            การทำงานใด ๆ ให้ลุล่วงตามวัตถุประสงค์และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย จะต้องมีการวางแผนและออกแบบระบบการทำงานได้ดีที่สุด เพื่อลดปัญหาความผิดพลาดและความล่าช้าของการปฏิบัติงาน ระบบการทำงานโดยทั่วไปหมายถึงกระบวนการทำงานที่ประกอบด้วย คน ข้อมูล และเครื่องจักร ที่จำเป็นในการทำงานนั้น ระหว่างองค์ประกอบทั้ง 3 ประการนี้จะต้องมี การสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้การทำงานสอดคล้องประสานกันไปในทิศทางที่ต้องการ
            การสื่อสารระหว่างคนโดยทั่วไปก็คือการพูด การสั่งงานและรายงานก็ทำด้วยคำพูดหรือด้วยเอกสาร ส่วนการสื่อสารระหว่างคนกับเครื่องจักร ขึ้นอยู่กับเครื่องจักรนั้นคืออะไร ตัวอย่างเช่น เราสื่อสารกับรถยนต์ด้วยพวงมาลัยเพื่อสั่งให้เลี้ยวเป็นต้น ข้อมูลที่เราใช้ในการตัดสินใจสั่งก็คือถนนหนทางหรือสิ่งที่เรามองเห็น รวมทั้งความต้องการของเรา สมองของเรา
ทำหน้าที่แปรความหมายข้อมูลมากมายที่เห็น เช่น ถนน ทุ่งนา ท้องฟ้า ต้นไม้ คน บ้าน รถ ฯลฯ  ที่ปรากฏตามเส้นทางให้เป็นสารสนเทศ คือส้นทางที่เราไปได้และต้องการจะไป สารสนเทศเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เพื่อการตัดสินใจในการบังคับรถยนต์ให้ไปสู่จุดหมายที่ต้องการ การทำงานของสมองในลักษณะนี้ถือได้ว่าเป็นระบบสารสนเทศที่ซับซ้อนที่สุดยิ่งกว่าระบบงานสารสนเทศที่ทำด้วยคอมพิวเตอร์ใด ๆ








การตัดสินใจสั่งงานหรือดำเนินการใด ๆ จะต้องใช้คนกลั่นกรองและประมวลผลข้อมูลออกเป็นสารสนเทศ เพื่อช่วยในการตัดสินใจให้ดีที่สุด ระบบงานที่ทำหน้าที่กลั่นกรองและประมวลผลข้อมูลดิบ เพื่อทำให้เป็นสารสนเทศขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเครื่องจักรก็คือระบบงานสารสนเทศ
กรณีที่เราใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน เราสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลดิจิตอลและคำสั่งหรือชุดคำสั่งที่เรียกว่า โปรแกรม ถ้าระบบงานใหญ่มาก อาจจำเป็นต้องใช้โปรแกรมหลายโปรแกรมรวมกันเป็นโปรแกรมชุดใหญ่ที่เรียกกันว่า ซอฟต์แวร์ โปรแกรมอาจจะถูกป้อนเข้าทางแป้นพิมพ์ หรืออ่านจากแผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดี ข้อมูลที่ป้อนให้คอมพิวเตอร์ก็อยู่ในรูปเดียวกับคำสั่ง โปรแกรมจะเป็นตัวประมวลผลข้อมูลตามกรรมวิธีที่เราคิดขึ้นตามจุดประสงค์ของงาน เพื่อกลั่นกรองข้อมูลออกเป็นสารสนเทศให้เราใช้ช่วยในการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เหมาะสม ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ระบบงานสารสนเทศที่ทำงานด้วยคอมพิวเตอร์             ( Information Systems) จะประกอบด้วย องค์ประกอบดังต่อไปนี้
1.      เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสื่อสารข้อมูล
2.      ข้อมูลและสารสนเทศ
3.      โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์
4.      บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์
 












วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

คอมพิวเตอร์คืออะไร

คอมพิวเตอร์คืออะไร



คอมพิวเตอร์คืออะไร
     คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electrinic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือการที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้ (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดก็ตาม เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทำงานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ
  1. รับข้อมูล (Input) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการรับข้อมูลจากหน่วยรับข้อมูล (input unit) เช่น คีบอร์ด หรือ เมาส์
  2. ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลกับข้อมูล เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปอื่นตามที่ต้องการ
  3. แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมายังหน่วยแสดงผลลัพธ์ (output unit) เช่น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ
  4. เก็บข้อมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ในอนาคต
อ้างอิง: https://sites.google.com/site/wiparat0001/bth-thi-hnung



     ตอนที่สมเด็จพระเทพฯ ยังทรงพระเยาว์ เคยเที่ยวถามบรรดาข้าราชบริพารว่า "รู้มั้ย ข้าวสารหนึ่งกระสอบมีกี่เม็ด?" แต่ก็ไม่มีใครตอบได้สักคน จนสุดท้ายคำถามนี้ก็ไปถึงในหลวง ร.9 ท่านไม่ตอบตรงๆ แต่ถามกลับมา 


"ข้าวกระสอบหนึ่งมีกี่ถัง แล้วก็ถังหนึ่งมีกี่ลิตร แล้วเอาลิตรมาเป็นหน่วยเล็กกว่านั้นอีกหน่วย แล้วนับแล้วคูณด้วยขึ้นไป แต่ท่านไม่คูณให้ ให้ทำเองแทบตาย..." 



ท่านสอนให้ต้องรู้จักยอมรับค่าโดยประมาณ เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่จะสามารถบอกค่าต่างๆ ได้ชัดเจนตลอด จากนั้นก็อธิบายเรื่องการประมาณให้เด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบฟังจนเข้าใจ ก่อนที่จะสร้างโจทย์เลขเรื่องการประมาณให้สมเด็จพระเทพฯ ทำ

นอกจากนี้ ยังทรงพยายามหาโจทย์ใหม่ๆ มาให้พระราชโอรสธิดาทำอยู่เสมอ เช่น ระหว่างทางไปต่างจังหวัด ก็จะให้หัดบวกลบป้ายหลักกิโลเมตรไปตลอดทาง บางครั้งก็โปรดฯ ให้คำนวณค่าใช้จ่ายของมหาดเล็กคนหนึ่ง โดยให้ไปสืบมาให้ละเอียดว่า เดือนๆ หนึ่งเขาใช้จ่ายอะไรบ้าง แล้วทำเป็นบัญชีค่าใช้จ่ายของมหาดเล็กผู้นั้นมาส่ง

เพราะในหลวง ร.9 ทรงเห็นว่าการคำนวณเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ช่วยให้การทำงานง่ายยิ่งขึ้น ถ้าทุกคนรู้จักสังเกตและประมาณการ ก็จะสามารถต่อยอดความรู้ความชำนาญได้อย่างไม่สิ้นสุด

เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ 


เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานสัมภาษณ์รายการพูดจาประสาช่าง สถานีวิทยุจุฬาฯ

อ้างอิง : สานต่อที่พ่อทำ